Sirirat 的个人资料Ordinary Happiness Brigh...照片日志列表 工具 帮助

日志


9月3日

วัยวุ่นรุ่นสุดยอด

เฝ้าฝันฟันฝ่าผาดโผน

เข้มแข็งขึงขังไขว่คว้า

พลุ่งพล่านแพรวพราวลีลา

ท่วงท่าพลิ้วพรายบรรเลง

 

ฟากฝั่งสุดตาวาดหวัง

หวั่นหวาดหวั่นไหวเกรงกริ่ง

ล้มล้าล่าถอยท้อทิ้ง

จมดิ่งผิดหวังลังเล

 

มิตรภาพเกื้อหนุนอุ่นอิ่ม

รอยยิ้มสดใสไฟโหม

ฮึกเหิมห้าวหาญจานทะโยน

ก้าวแกร่งรันโรมหยัดยืน

 

ขอบคุณวันเวลาวัยเยาว์

งดงามแม้ขลาดเขลา

ความทรงจำวันวาน

กล่องสมบัติเติมพลังใจ

 

ขอบคุณแรงบันดาลใจ

Honey and Clover (Movie)

Nairuthung for DVD

 

  

8月21日

เป็นเจ้าหน้าที่รับบริจาคโลหิต!

วันนี้ถึงจะเป็นวันหยุดชดเชยวันแม่แต่ฉันก็ตื่นเวลาเดียวกันกับวันทำงาน เพราะฉันมีนัด...ไปเป็นเจ้าหน้าที่รับบริจาคโลหิตที่สมาคมสร้างคุณค่าแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ที่ติวานนท์ งานนี้ต้องขอบคุณพี่หมีมากค่ะที่ชวนฉันไปเป็นเจ้าหน้าที่ด้วย เรามีการแบ่งงานเป็นหลายฝ่าย ตั้งแต่งานลงทะเบียน ดูแลเรื่องรองเท้า แผนกต้อนรับ กิจกรรม ประสานงาน เตรียมการ ห้องน้ำ ส่วนฉันช่วยในส่วนของกิจการภายในที่พี่หมีดูแล

 

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าฉันเป็นแฟนคลับบริจาคเลือดตัวยง ชอบบริจาคเลือดมาก เคยถึงขั้นโดดเรียนไปบริจาคเลือด สัมผัสการบริจาคเลือดครั้งแรกสมัยม.ปลาย เพื่อนสนิทฉันอยากบริจาคเลือดพวกเราก็เฮละโลไปให้กำลังใจข้างเตียง ไม่มีใครไม่คิดถึงเข็มเจาะเลือดเล่มใหญ่ แต่ถึงจะกลัวกันก็มีคนสู้ตายสะกดกลั้นความกลัวขึ้นเขียง... เอ๊ย ไม่ใช่ ...ขึ้นเตียงบริจาคเลือด แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้บริจาคด้วยหรอกนะ ก็น้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์นี่นา ต้อง 45 กิโลกรัมขึ้นไปค่ะ จริงๆ ถ้าคนนั้นรูปร่างผอมบางถึงน้ำหนักจะผ่านเกณฑ์ เจ้าหน้าที่ก็อาจไม่อนุญาตให้บริจาคเลือด  ควรจะหนักประมาณ 47 กิโลกรัมค่ะ ผ่านเกณฑ์น้ำหนักของผู้บริจาคเลือดแน่นอน แต่ก็ต้องตรวจอีกว่าผ่านเกณฑ์ในข้ออื่น ๆ ไหม

 

ฉันบริจาคเลือดครั้งแรกสมัยเรียนมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นเมื่อมีโอกาสฉันมักไม่พลาดการขึ้นเตียงให้เลือด สถิติที่ทำได้ตอนนี้คือ บริจาคมาแล้ว 9 ครั้ง การตรวจร่างกายก่อนบริจาคเลือดฉันผ่านไปด้วยดีทุกครั้ง แต่ช่วงปีสองปี ที่ผ่านมา บางครั้งวันที่รับบริจาคฉันไม่สบาย พอรู้ตัวก็ไม่ไป แต่มีครั้งหนึ่งอยากบริจาคมากแต่ก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะผ่านเกณฑ์มั้ย ก็เลยถามคุณหมอ

       “คุณหมอคะหนูตาอักเสบบริจาคได้มั้ยคะ แต่หนูไม่ได้กินยานะคะ 

       “ไม่ได้ค่ะ เพราะเลือดคุณมีเชื้อโรคอยู่ ไม่สามารถนำเลือดไปให้ผู้ป่วยได้

ครั้งนั้นถึงเพิ่งรู้สึกว่าการบริจาคเลือดนั้นไม่ง่าย แน่นอนสำหรับหลายคนการทำใจไม่ให้กลัวเข็มนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดด่านแรกที่ต้องผ่านไปให้ได้ แต่ฉันเป็นพวกบ้าบิ่น เรื่องเข็ม...จิ๊บจ๊อย

 

วันนี้ได้มาเป็นเจ้าหน้าที่ช่วยในห้องรับบริจาคเลือดเลย ดีใจที่สุด ได้ช่วยตั้งแต่จัดวางเตียง โต๊ะ เก้าอี้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย จัดพื้นที่สำหรับทานน้ำหวานและของว่างให้ผู้ที่เพิ่งบริจาคเลือดเสร็จ การดื่มน้ำหวานและขนมนี้สำคัญนะคะ ขาดไม่ได้เพราะผู้บริจาคเลือดอาจเป็นลม เกิดอาการช็อกเนื่องจากสูญเสียเลือด ที่สำคัญขนมอร่อยค่ะ น้ำแดงเฮลบลูบอยก็ชื่นใจ ถ้าไปบริจาคที่สภากาชาดจะมีน้ำชาให้ดื่มด้วยค่ะ

 

เมื่อจัดห้องสำหรับบริจาคเลือดและห้องรับประทานของว่างเรียบร้อยแล้ว คนก็ทยอยมากันพอดี กำลังจัดการเรื่องบัตรคิวอยู่ เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งก็มาบอกว่า หนูจ๋าช่วยเตรียมน้ำให้คนที่มาบริจาคดื่มก่อนที่จะเข้าไปข้างในด้วยนะ จะช่วยกันไม่ให้เป็นลมหลังให้เลือด ความรู้ใหม่ค่ะ ความรู้ใหม่ เพราะก่อนหน้านี้บริจาคกี่ทีก็ไม่เคยมีใครบอกให้ดื่มน้ำก่อน ที่ทำงานก็จัดให้สภากาชาดไปรับบริจาคเลือดทุกสามเดือนก็ไม่เห็นให้ดื่มน้ำก่อน แต่ถ้าคิดตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว คงเป็นเพราะการดื่มน้ำเยอะ ๆ จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้เร็วกว่าเมื่อต้องสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมาก

ระหว่างที่รอคุณหมอมา เราก็ได้ฟังเจ้าหน้าที่ให้ความรู้เรื่องการทำงานของสภากาชาดและการบริจาคเลือด สภากาชาดต้องหาเลือดให้ได้วันละ 1,500 ยูนิตต่อวัน (หนึ่งถุงเท่ากับหนึ่งยูนิต) สำหรับเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล และสำหรับต่างจังหวัดที่ขอเข้ามาหากกาชาดจังหวัดนั้นๆ มีเลือดให้ไม่พอ เจ้าหน้าที่อยากให้ทุกวันเป็นวันแม่เพราะทุกคนจะถือเป็นโอกาสดีมาบริจาคเลือดกัน มีหลายหน่วยงานติดต่อมา แต่ถ้าพูดถึงทั้งปีแล้วมีเพียงสี่เดือนเท่านั้นที่ทางสภากาชาดหาเลือดได้เพียงพอต่อความต้องการ คือเดือนกรกฎาคม สิงหาคม พฤศจิกายน และธันวาคม จึงไม่แปลกที่จะได้ยินว่าสภากาชาดขาดแคลนเลือดให้มาช่วยกันบริจาค

 

เจ้าหน้าที่บอกว่า บางคนอาจคิดว่าต้องใช้เลือดอะไรกันมากมายไม่เห็นมีอุบัติเหตุ อุบัติภัยร้ายแรงอะไร จริงๆ แล้วต้องเข้าใจก่อนว่า ผู้ป่วยที่ต้องการเลือดเนื่องจากประสบอุบัติเหตุนั้นมีเพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีกแปดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคเลือด เช่น ธาลัสซีเมีย ที่รอการบริจาคเลือดของเราอยู่

 

ได้ฟังอย่างนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมฉันถึงได้รับฟอร์เวิร์ดเมลแจ้งว่าสภากาชาดขาดแคลนเลือดบ่อยครั้ง

 

ช่วงสามปีที่ผ่านมานี้ สภากาชาดยิ่งต้องการรับบริจาคเลือดมากเป็นพิเศษเพื่อส่งไปให้ผู้บาดเจ็บจากปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยการบินไทยเป็นผู้สนับสนุนเรื่องการขนส่งเลือดไปยังโรงพยาบาลทางใต้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย…”  ฉันยังอยากฟังต่อ น่าเสียดายที่ต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองซะแล้ว

 

ฉันและเพื่อน ๆ ช่วยเก็บบัตรคิวจากผู้บริจาคเมื่อเขาจะออกจากห้อง จดว่าคิวไหนบริจาคได้หรือไม่ได้ และแจกของที่ระลึก น่าตกใจมากที่ผ่านไปแล้วสิบคน คนที่บริจาคได้มีเพียงสี่ถึงห้าคน ฉันไม่เคยรู้ว่าคนที่มาบริจาคเลือดจะไม่ผ่านเกณฑ์เยอะขนาดนี้ น่าเสียดายทุกคนล้วนตั้งใจมาเพื่อการนี้ทั้งนั้น เหตุผลที่ไม่สามารถบริจาคได้ก็แตกต่างกันไป เลือดซีดบ้าง บางคนกินยาแก้หวัดอยู่ บ้างก็นอนน้อย ท้องเสีย เป็นโรคหัวใจ ความดันสูง ฯลฯ เหตุผลที่ไม่ผ่านเกณฑ์และสามารถแก้ตัวเพื่อบริจาควันนี้ได้มีแค่เพียงยังไม่ได้กินข้าวมา ก็ไปกินข้าวแล้วกลับมาใหม่

 

เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นอย่างนี้ทุกที่ คนบริจาคสองร้อยคนอาจจะเก็บเลือดได้สักร้อยห้าสิบ เราต้องคัดกรองอย่างเข้มงวดเพราะเราห่วงสุขภาพทั้งผู้ให้และผู้รับ

 

ทำให้ฉันนึกถึงคำพูดของเจ้าหน้าที่ที่พูดบนเวทีเมื่อเช้าว่า จะมาบริจาคเลือดห้ามกินอาหารที่มีมันเยอะ ๆ อย่างข้าวขาหมูนี่ไม่ได้เลย เพราะเรากินอะไรไปเลือดเราก็จะเป็นอย่างนั้น กินอาหารมัน ๆ เลือดก็จะข้นมาก พอแยกเลือด เอาแต่น้ำเหลืองจะสังเกตเห็นเลยว่าแทนที่จะได้น้ำเหลืองสีเหมือนน้ำมันใสกลับได้น้ำเหลืองสีชาเขียว คุณหมอก็ไม่รับ เอาไปแขวนให้คนไข้ เขาก็จะสงสัยเอ...นี่ให้น้ำเหลืองจริงเหรอ ทำไมสีเขียวหว่า

 

ช่วงรับบริจาคเลือดรอบบ่ายมีคุณแม่ของน้องคนหนึ่งพอให้เลือดแล้วถูกพามานอนเตียงปฐมพยาบาลเนื่องจากเดินต่อไม่ไหว นอนพักสักครู่ก็ลุกขึ้นมา แต่ดูท่ายังไม่ดีเจ้าหน้าที่เลยแนะนำให้ไปนอนที่ห้องพยาบาล ฉันอาสาพาไปเอง ระหว่างทางก็ถามไถ่เป็นยังไงบ้างคะ ยังรู้สึกเวียนหัวหรือเปล่า คุณแม่ท่านนั้นบอกว่าไม่แล้วแต่หนาว ฉันนึกขึ้นได้ว่าตัวเองใส่เสื้อหนาวอยู่จึงถอดออกมาบอกให้คุณแม่ท่านนั้นสวม คุณแม่เกรงใจค่ะไม่กล้าใส่ ฉันจึงเอาเสื้อหนาวคลุมไหล่ให้ พอเข้าไปห้องพยาบาลไม่ใส่เสื้อหนาวไม่ได้แล้วค่ะ เพราะแอร์เย็นมาก โชคดีที่บนเตียงนอนก็มีผ้าห่มหนาด้วย ไม่อยากบอกเลยค่ะว่าเสื้อหนาวตัวนี้ฉันไม่ได้ซักมากี่อาทิตย์แล้ว เป็นตัวที่ฉันติดไปออฟฟิศทุกวันไว้ใส่เวลานั่งในรถที่แอร์เย็น

 

เอ่อ...คุณแม่คะ ถ้าได้กลิ่นตุ ๆ อย่าว่ากันนะคะ ฉันนึกในใจและเดินกลับห้องบริจาคเลือด กลับมาห้องพยาบาลอีกทีคุณแม่ยังสวมเสื้อหนาวของฉันนอนอ่านหนังสืออย่างผ่อนคลาย

 

บ่ายสามกว่า ไม่มีคนรอบริจาคเลือดอยู่หน้าห้องแล้ว ฉันจึงไปต่อแถวตรวจร่างกายกับเขาบ้าง ไม่นานเจ้าหน้าที่มาบอกว่าถุงเลือดหมดแล้วครับ อดค่ะ ราวห้าคนที่ต่อแถวอยู่จึงไม่ได้บริจาคเลือดวันนี้รวมถึงฉันด้วย แต่ไม่เสียใจเพราะพรุ่งนี้สภากาชาดก็จะมารับบริจาคเลือดที่ออฟฟิศฉัน เย่

 

งานนี้เราได้เลือดตามเป้าที่ตั้งไว้ค่ะ ประมาณ 150 ถุง ตอนแรกพี่ ๆ กลัวว่าวันนี้เป็นวันหยุดชดเชยคนจะมาน้อย เราจัดกันครั้งแรกด้วย จึงไม่กล้าแจ้งจำนวนกับสภากาชาดเยอะ บัตรคิววันนี้แจกไปราว 270 ถ้าไม่ติดว่าเราเริ่มงานช้าบางคนรอไม่ไหวกลับไปก่อนเพราะมีธุระ และถุงเลือดไม่เพียงพอ เราก็น่าจะได้เลือดอีกไม่น้อย

 

ถึงอย่างไรวันนี้ฉันสุขใจได้มาช่วยงานรับบริจาคเลือด คุณล่ะคะเคยบริจาคเลือดหรือยัง 

6月17日

ความรักผลิบาน

เดือนนี้มีข่าวดีพร้อมกันจากพี่และเพื่อนที่ออฟฟิศ  เพื่อนจะแต่งงานเดือนหน้านี้ ส่วนพี่แต่งงานปลายปี

จริง ๆ แล้วมีรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยจะแต่งปลายปีอีกคนเหมือนกัน

ข่าวดี ข่าวดี ดีใจด้วยกับทุกคู่นะคะ  

ว่าที่บ่าวสาวคู่หนึ่งทำให้ฉันรู้สึกอิ่มเอิบ ตอนแรกไม่มีใครรู้ว่าเจ้าบ่าวเป็นใคร พอฉันรู้ความจริง นั่นล่ะที่ทำให้ฉันเป็นปลื้ม คงเป็นเพราะฉันรู้จักทั้งสองคนเพราะเราทำงานด้วยกัน แต่ไม่เคยระแคะระคายสักนิดว่าพวกเขาคบกันอยู่ และความที่ว่าทั้งคู่รู้จักกันมานานแล้วแต่เพิ่งคบกันไม่กี่ปีนี่ด้วยที่ทำให้ฉันรู้สึกอิ่มเอม เป็นคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกันนิ :)

นอกจากอิ่มเอมกับข่าวดีบ่ายวันนั้นแล้วตอนเย็นพวกเราก็มาอิ่มหนำกันที่บิ๊กมาม่า

หกสาวแว่นบุกร้านพิซซา  บรรดาสาวโหดแบกกระเป๋าใบเขื่องกลุ่มนี้ยังสั่งอาหารจานโตหกอย่าง

สลัดไก่ย่าง พิซซาทูนา ลาซานญาผัก รีซอตโต ไส้กรอกรวม และสปาเก็ตตีมะเขือเทศ  

ใครบางคนในกลุ่มบอกว่าเรากินกันเรื่อยๆ สบายๆ แต่ม่ถึงครึ่งชั่วโมงทุกอย่างราบเป็นหน้ากลอง แล้วเราก็ต่อกันด้วยชีสเค้กเนื้อนุ่มกับมูสช็อกโกแลตอะร้อยอร่อย

สงสัยจริงกินเก่งอย่างนี้จะมีคนรับเลี้ยงมั้ยเนี่ย แต่ที่แน่ๆ สาวแว่นหนึ่งในหกคนนี้ก็เป็นว่าที่เจ้าสาวกับเขาด้วย

5月21日

กาแฟ ทุเรียน เปลี่ยนไป

สมัยเรียนฉันกับเพื่อนอีกคนมักเข้าร้านกาแฟอยู่บ่อย ๆ จนเราต่างมีฉายาเป็นของตัวเองตามเมนูที่เราชอบสั่งเป็นประจำ มอคคากับอเมริกาโน  ตอนเด็กเคยจิบกาแฟที่ผู้ใหญ่ชงไว้สักสองสามครั้ง แต่มากินเป็นเรื่องเป็นราวก็ตอนโตแล้วเนี่ยล่ะ แอบดีใจว่าตัวเองกินแล้วไม่ใจสั่นหรือปวดหัว แถมยังพลอยชอบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลตามเพื่อนด้วย เลยรู้สึกว่าเราก็คอกาแฟกับเค้าเหมือนกัน

 

พอเรียนจบก็ห่างหายจากการกินกาแฟไปหลายปี พอรู้ตัวอีกทีกลายเป็นว่ากินกาแฟแล้วใจสั่น อาจเป็นเพราะเวลาอร่อยฉันมักดื่มแป๊บเดียวหมดหรือเปล่า ไม่ได้นั่งละเลียดเหมือนเมื่อก่อน คิดดูอีกทีจริง ๆ แล้วฉันคงไม่ได้ชอบกาแฟมากหรอกแต่ชอบบรรยากาศการดื่มกาแฟมากกว่า เหมือนสำนวนนักเขียนจีนที่ว่า ไม่ได้ชอบดื่มสุรา แต่ชอบบรรยากาศการร่ำสุรา” (ถ้อยคำที่ถูกพูดว่ายังไงนะ ใช่คำพูดของโกวเล้งหรือเปล่า ใครรู้ช่วยบอกหน่อยนะคะ)

 

นอกจากกาแฟที่มีคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อแล้ว ทุเรียนก็คงจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน มีทั้งคนโปรดปราน และคนเกลียดเข้าไส้  ฉันอยู่พวกหลัง ไม่ชอบกลิ่นและไม่กินเด็ดขาดทั้งที่ฉันกินพืชผักทุกอย่างที่ใครว่าเหม็นหรือขม เคยลองกินอยู่สองสามครั้งเพราะเห็นคนในบ้านกินกันเอร็ดอร่อยเหลือเกิน โดยเฉพาะแม่ ความพยายามไม่เป็นผล หลังจากนั้นแม่เรียกให้กินกี่ครั้งก็บอกปัด

 

แต่แล้วอาทิตย์ก่อน เอ๊ะอะไรหอม ๆ น้าถือทุเรียนเข้ามา ฉันก็มองน้ากินตลอดและเอ่ยปากขอชิมเอง อีม รสชาติดีนะ ฉันเปลี๊ยนไป๋.....

 

กินเสร็จเข้าห้องน้ำ อึม โล่ง สบาย ความคิดเลยบรรเจิดว่า...

 ตัวเราเองเปลี่ยนไปแบบไม่มีเหตุผล นับประสาอะไรกับการคาดคั้นหาเหตุผลจากคนอื่น ทำไมเธอเปลี่ยนไป  บางครั้งเราก็หาเหตุผลให้กับทุกอย่างไม่ได้ หรือถึงจะรู้สาเหตุไปก็อาจไม่ช่วยให้เราผ่านความทุกข์จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือยอมรับความเปลี่ยนแปลงนั้น ยอมรับว่าไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน

5月9日

Color Beat

 

Color Beat

White say being weak sometimes is alright.

Tell what I feel is fine

I know but not realize

So black win this game tonight.

I wanna believe in White

On the other hand, I’m hooked on Black side.

Black teach me to be strong.

It’s wrong to be fragile.

Stop my tongue to call to heal

Leave magic in shadow field.

I try to resist Black.

Still try….

2月5日

Friday Poem

For you, Sugarcane and my friends
 
Just a mement outdoor
I went down on ground floor,
Walk along the road
Chill wind blows
Miss you most
Wandering at night
Our conversation so nice
 
Really miss you,
Wishing you in sight
Stay by my side
Distance make me realize
Time proves our friendship survives
Even we fly in different sky
Waiting my sunshine come back home
8月28日

ใต้ร่มไม้หอกลาง

กลับมานั่งใต้เก้าอี้เหล็กสีเขียวหน้าหอกลางอีกครั้ง
บรรยากาศดีเหมือนเคย มานั่งสงบจิตสงบใจ ทบทวนตัวเอง
 
เหนื่อยเพราะทำได้ไม่ทันใจตัวเอง ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นคนใจร้อนขนาดนี้
ความรวดเร็วและเทคโนโลยีของกรุงเทพฯแทรกซึมจนติดเป็นนิสัย
รอรถเมล์สักแป๊บก็รอไม่ได้ พาลจะเปลี่ยนเส้นทางจับรถสายไหนก็ได้ที่มาถึงก่อนอยู่ร่ำไป
 
ได้เวลาพัก
 
ต้นไม้แผ่กิ่งก้าน กระรอกวิ่งเล่นซุกซนเชียวล่ะ สดชื่นจัง รู้สึกเหมือนได้เติมส่วนที่หายไป
ราว 5-6 ปีก่อน (ทั้งที่เหมือนผ่านไปเพียงสองสามปี) เราคุยกันถึงชีวิตหลังเรียนจบ
เราอยากทำงานหาเงิน อยากออกสู่โลกกว้าง เราพร้อมที่จะเผชิญกับทางข้างหน้า
ความฝันสดใส พลังชีวิตเต็มเปี่ยม
 
วันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันลดน้อยลง ภาพอดีตกับปัจจุบันลอยอยู่ตรงหน้า
อึม มันก็ไม่แย่นักหรอก ออกจะน่าภูมิใจกับสิ่งที่ฝ่าฟันมา
เอาล่ะ เริ่มใหม่อีกครั้ง พยายามกันต่อไป
 
สิ่งที่สวยงามที่สุดอยู่ระหว่างทาง
 
 
 
 
7月13日

Short Break on Thursday

Fly me to nature

Fly me to polaris

Fly me to yours, the spirit of life

Fly me to north pole

Fly me to understanding

Fly me to sunshine

Fly me to heaven

Fly me to wonderland

Fly me high

Fly me free

Fly me sweet

Fly me warm

Fly me  strong 

Fly me the place I belong
5月21日

เหลืองรังสิต

เช้าวันนั้น ต้นเดือนมีนา ฉันออกจากบ้านไปทำงานเหมือนเคย มองฟ้ากว้างเหนือคลอง ฟ้าใส เมฆขาว ตัดใบไม้สีเขียวของต้นไม้ที่อยู่เชิงสะพาน หลักยามเช้าของฉันอยู่ตรงนี้ ก่อนเดินขึ้นสะพานข้ามคลองไปป้ายรถเมล์
 
ขณะยืนอยู่กลางสะพาน ฉันพลันสะดุดตากับสีเหลืองเด่นบนกิ่งไม้ต้นริมถนน ดอกไม้สีเหลืองบานตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ฉันสดชื่นขึ้นทันที
 
ดอกไม้สีเหลืองทักทายฉันเป็นระยะตั้งแต่คลองสองถึงคลองหนึ่ง คนที่อยู่คลองสิบสี่อาจจะเพลินตาเพลินใจได้นานกว่าฉัน แต่แค่เพียงระยะทางสองคลอง ฉันก็อิ่มตาอิ่มใจแล้ว
 
.................................................
 
พระอาทิตย์กลับบ้านนานแล้ว แต่ฉันยังอยู่นอกบ้าน ก้มหน้าเดินเลียบคลอง สับสน เหนื่อยล้า ห่อเหี่ยวเต็มที พอเงยหน้ามองตรงไปข้างหน้า
 
ดอกสีเหลืองช่อหนึ่งบนกิ่งไม้นั้น
พลังแห่งการมีชีวิต
สวยสล้างแม้ยามค่ำคืน
 
ฉันเหมือนได้คำตอบ ให้พยายามต่อไป ให้ใจเย็นๆ รอเวลาของฉัน เหมือนดอกไม้สีเหลืองช่อนี้ที่รอเวลาผลิบาน
 
จากริมคลองที่เคยเขียวชอุ่มตอนนี้เหลืองปรีดียาธรกลับบานสะพรั่งเต็มต้นตลอดแนวลำคลอง
 
เหลืองปรีดียาธรละลานตา
ฉันปรีดาละลานไฟ (ฝัน)
_____________________
 
 
โมเมนตัมสำคัญ
อ.ภาวรรณ หมอกยา บอกว่า ต้นบานชื่นใช้เวลา ๑ เดือนออกดอก ส่วนจามจุรีอาจใช้เวลาถึง ๑๐ ปี จึงจะออกดอก แต่บานชื่นและจามจุรีต่างก็มีค่าในตัวมันเอง ไม่มีใครดีไปกว่าใคร ๒๕ มิ.ย. ๒๕๔๖
 
ผู้สนับสนุนโมเมนตัม
มล ขอบคุณมากสำหรับชื่อดอกไม้ @-->
 
มุมสาระ
เหลืองปรีดียาธร หรือเรียกได้อีกสองชื่อว่า เหลืองอินเดีย หรือตาเบบูยาเหลือง
เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ เป็นไม้เนื้ออ่อน ออกดอกเป็นช่อ ช่อละ ๓-๑๐ ดอก ลักษณะกลีบดอกติดกัน ก้านดอกเป็นหลอด ปลายแยกเป็น ๕ กลีบ เมื่อดอกร่วงจะติดฝักและมีเมล็ด
ข้อมูลจาก http://www.morninggarden.com/
 
4月29日

คิดถึงชาวสภา

วันนี้ประชุมทั้งวัน ถึงจะทำให้ไม่ได้ทำงานอย่างอื่นเลย แต่ก็ชอบจัง
นึกถึงสภา เหมือนตอนนี้เราออกมาอยู่ในโลกใบใหญ่ขึ้น โลกของความเป็นจริง
ที่ไม่ต่างจากโลกจำลองการทำงานสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
 
รู้สึกตัวเองโชคดีที่รู้สึกว่าที่ทำงานเหมือนสภา เพื่อน ๆ พี่ๆ น้องๆ น่ารัก ได้อยู่กับสิ่งที่เราสนใจ คิดถึงพี่สภา เพื่อนๆ และน้องๆ น้า
 
แล้วก็ไม่คิดไม่ฝันว่าน้องเราก็ได้เป็นเลขาฯสภา ไม่ได้มีแค่น้องของแจ๊คเท่านั้นนะ อิอิ
ไหนๆ ก็พูดถึงเพ่ยแล้ว ว่าต่อกันเลยดีกว่า
 
เพ่ย: พี่ได้อ่าน อย่างน้อยที่สุด ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาเหมือนกัน แล้วก็อ่านสิทธารัตถะ 2-3 ปีที่แล้ว เล่มหลังอ่านแล้วชอบเลย ส่วนเล่มแรกสนุกเป็นช่วงๆ จี๊ดมากจี๊ดน้อยสลับกันไป เฉยๆ เบื่อๆ ก็มี อ่านจบก็อึม จบแล้ว แต่หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ให้คิดถึงสิ่งที่คุณเป็นเอกให้สัมภาษณ์ไว้ ก็เลยรู้สึกว่าชอบหนังสือเล่มนี้มากขึ้น
 
------------------------------
 
ขอบคุณมิตรภาพความผูกพันที่เรามีให้กัน
ความอบอุ่น ความห่วงใย
ความทรงจำฝังใจไม่ลืมเลือน
 
All of us are great
No matter we were sad or happy
All is precious memory
Thank you destiny bring us there.
 
 
 
 
 
4月23日

Because of you

Looking through the future,

You still my miror,

You are on the way to your dream,

I try so hard to go up there my cream,

 

Thinking of you when I am blank,

Just accept my loneliness after hank,

Loving you is precious,

Even the change is continuous

 

You are there, not my side.

Missing you make me bright,

Anyway, wanna grow with my pride,

So I light up myself by own mind,

'Coz I believe everyone can shine,

from his own inside,

by his faith survive

 

Am I a perfectionist?

Too much worry and pessimist?

Come with me...inspiration...please

Heat my courage that freeze

 

It is time to rise up,

Spring up, 

Fresh up,

Face up,

Get up from fear,

 

I win,

You win,

We win,

Fighto! 

 
 
One Momentum: PRIDE, Japanese Series on ITV came to the end last night.
 
 
 
 
3月29日

ราตรี ณ ทองหล่อ

บันทึก 16 มีนา

จากปลายปากกา น้ำอ้อย’  

 

สิบหกมีนาปีสี่เก้า
สองสาวต่างคนึงถึงสหาย


จัดสรรวันว่างพลางสบาย
นัดหมายมุ่งเจอเกลอสัมพันธ์

 

ลอยฟ้า สถานีศรี'ทองหล่อ'
สอง ''เร็วรี่ ขมีขมัน

สบหน้ายิ้มร่าเข้าหากัน
แช่มชื่นตื้นตันจากใจจริง

 

ท้องร้องพร้อมเพรียงเสียงเสนาะ
เหมาะเจาะดั่งร่างปอบเข้าสิง
ร้านรวงรอบรายไม่ประวิง
ยอดยิ่งเพียงเหลา(ที่)เราต้องการ

 

55 โภชนาชิวหาเลิศ
ปุ๊บเปิดเมนูดูอาหาร
ปั๊บสั่งดั่งเสี่ยเพลียสำราญ
ละลานแจกจานบานระบือ

 

อิ่มเอมเปรมท้องเต็มลิมิต
สองมิตรคิดวางแผนการซื่อ
ยักย้ายซ้ายขวาเร่งหารือ
สบายบรื๋อราตรีนี้ยังเยาว์

 

ลัดเลาะลดเลี้ยวเที่ยวท่อง
เมียงมองโน่นนี่ไม่มีเหงา
ร้านฮิปใหญ่น้อยพลอยทำเนา
ข้าว-เหล้า หวาน-คาวโน้มน้าวใจ

 

บังเอิญเพลินพบมุมสรวล
จันทร์นวลยวนเย้าตึกขาวใหญ่
ทอดเงางามไม้ระบัดใบ
ล้อไฟนีออนสะท้อนตา

หนุ่มสาวเกี่ยวก้อยอ้อยอิ่ง
แอบอิงพิงแก้มแช่มช้า
สองเกลอเผลอซึ้งตรึงอุรา
อิจฉา/อุเบกขาปนกันไป

 

GEO โอ่อ่าร้านค้าเก๋
หรูเฟ่เท่ล้ำนำสมัย
ตกแต่งทึมเทาอย่างตั้งใจ
สดใสแต่ชวนให้ซึมเซา

 

ดุ่มเดินเพลินพบ Red Limo
ตุ๊กตุ๊กไฮโซไอเดียเก๋า
รับ-ส่งตลอดสายสบายเรา
อัศวินม้าขาวชาวเดินดิน

 

วกแวะวิลล่ามาร์เก็ตหรู
เวียนดูบันไดวนหยาง-หยิน
เพลงแผ่วแว่วลอยให้ได้ยิน
อวลกลิ่นมัฟฟินชา-กาแฟ

 

วิลล่ามาร์เกตเด็ดจริงหรือ
อยากซื้ออะไรได้แน่ๆ
ของแพงเท่าแพงชั้นไม่แคร์
ไฮโซขอแห่แชร์สตางค์

 

เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใด
ขอไปพิสูจน์ให้รู้บ้าง
ลานตา ของกิน-ใช้ทั่วทุกบาง
สองนางตื่นตาเฮฮากัน

 

Ben&Jerry ไอติมฮิต
ลองนิดติดใจถึงใฝ่ฝัน
รสเปรื่องมะฟืองเฟื่องลิ้นฟัน
แบ่งปันกันชิมลิ้มละไม

 

เจนจบครบเครื่องเรื่องสนุก
ทุกทุกนาทีมีความหมาย
ค่ำคืนแห่งความประทับใจ

'ทองหล่อ' ทองใดไหนเทียบทัน 

 

หมายเหตุ    

 

ภาพหมายเลข๑  

ณ บรรยากาศตอนนั้นเทียบกับภาพที่ถ่ายไว้ช่างต่างกันลิบลับ

แสงเงาของภาพตรงหน้าในความทรงจำสวยนวลยวนใจยิ่งกว่านัก

 

ภาพหมายเลข ๒ เป็นภาพหน้าร้าน  เราไปนั่งกินไอติมมะเฟืองกันที่ร้านนี้แถมพกไอติม Ben & Jerry ที่ซื้อจากวิลล่ามาร์เก็ตเข้าไปกินในนั้นด้วย โฮะโฮะ

 

 
11月7日

วันขาเจ็บ

วันนั้นฉันหกล้มเจ็บหัวไหล่

สีข้างเกือบช้ำใน

ทายาแล้วหายวันต่อมา

 

แต่ไม่กี่วันเท้าเกิดปวด

ไม่นวดยาไม่รักษา

เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หายล่ะน่า

โอ้เท้าจ๋าฉันขอโทษที่ละเลย

 

สงสัยอาการเท้าประท้วง

ห่วงฉันหน่อยสิจ๊ะ

เธอน่ะเนื้อหุ้มกระดูกนะยะ

ไม่ใช่เครื่องจักรนะ เข้าใจ๊

 

เดินช้าบ้างก็ได้

เร็วร่ำไปเหนื่อยบ้างไหมล่ะ

ฉันรู้เธอมีภาระ

หน้าที่ต้องทำงาน

 

แต่งานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

เหลียวมองตัวเองสักนิดบ้างไหม

หน้าหงิกหัวฟูหูตูบนั่นไง

(ชั้นไม่ใช่หมานะยะ)

โอ๊ะโอสำนวนมันพาไป

กลับเข้าเรื่องดีกว่าเดี๋ยวจะไกล...แม่ตัวดี

 

เส้นตายมีไว้ให้เป็นเป้า

อย่าสะเพร่ามีวินัยไม่ผลัดหนี

ทำเต็มที่แล้วให้รู้พอดี

ไม่ต้องมีกังวลว้าวุ่นใจ

 

กลัวล้มเหลว...กลัวไปก็เท่านั้น

อย่างกับมันจะช่วยเธอได้นักนี่

ใจเย็นๆ เถอะนะเธอคนดี

ผ่อนหนักเบาอย่าเร่งรี่

แล้วทุกอย่างจะดี

เชื่อฉัน ฝันนี้อยู่ไม่ไกล

 

11月1日

รอยแยกวันแต่งงาน

ฉันได้ของชำร่วยงานแต่งงานของรุ่นพี่คู่หนึ่งเป็นกระเป๋าใส่เศษสตางค์ หยิบใช้เมื่อใดคนข้างๆเป็นต้องขอดูทุกรายไป ส่วนฉันก็พูดด้วยความภาคภูมิใจถึงที่มาของกระเป๋าอันนี้ ที่จริงรูปทรงของมันก็ดูไม่เหมือนกระเป๋าสักเท่าไหร่ แต่ด้วยรูปร่างที่แปลกนี่เองที่สะดุดตายิ่งนัก (ว่างแล้วจะถ่ายรูปมาประกอบข้อความนะจ๊ะ)
 
วันก่อนใครคนหนึ่งทักว่าทำไมงานแต่งงานถึงให้ของชำร่วยที่มีรอยแยก พูดจบก็เดินจากไป.....
 
แล้วอัลมิตรา ก็ถามต่อไปว่า "การแต่งงาน" เล่า พระคุณท่าน
และท่านตอบว่า
เธอเกิดมาด้วยกัน และเธอก็จะอยู่ด้วยกันตลอดไป
เธอจะอยู่ด้วยกันแม้เมื่อปีกขาวของความตายปัดกวาดวันคืนของเธอให้กระจัดกระจายไป
ถูกแล้ว เธอจะอยู่ด้วยกัน แม้ในความทรงจำอันสงัดของพระเป็นเจ้า
แต่ขอให้มีช่องว่างในการอยู่ด้วยกันของเธอ
และขอให้กระแสลมแห่งสวรรค์โบกโบยไปมาระหว่างเธอ
 
.............
 
และจงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก
เพราะว่าเสาของวิหารนั้น ก็ยืนอยู่ห่างกัน
และต้นโพธิ์ ต้นไทร ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้
 
(ปรัชญาชีวิต นิพนธ์โดย คาลิล ยิบราน ระวี ภาวิไล ถอดความ)
 
 
รอยแยกอาจมิใช่รอยแยก
อาจเป็นประตูเปิดรับสิ่งใหม่เข้ามาในชีวิตของบ่าวสาว
ประตูสู่โลกส่วนตัวของแต่ละคน เก็บเกี่ยวประสบการณ์แล้วนำมาถ่ายทอดให้กันและกัน
ประตูสู่ดินแดนซึ่งคู่รักเปิดใจ ร่วมแบ่งปันความฝันซึ่งกันและกัน
 
 
"ก่อนเคยคิดว่ารักต้องอยู่ด้วยกันตลอด  เติบโตจึงได้รู้ความจริง
หากเคียงชิดใกล้แต่เธอต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อฉัน
ประโยชน์ที่ใดหากรักทำร้ายตัวเอง
หากเดินแนบกายมีพลั้งต้องล้มลงเจ็บด้วยกัน
หากเพียงนิดเดียวให้รักเป็นสายลมผ่านระหว่างเรา
แบ่งที่ว่างตรงกลางไว้คอย เพื่อให้เราได้ถึงดั่งฝัน...ร่วมกัน"
 
เพลงที่ว่าง ร้องโดยวงพอส แรงบันดาลใจการแต่งเนื้อเพลงซึ่งได้มาจากถ้อยคำของคาลิล ยิบรานเช่นกัน
 
ส่วนฉันว่ารอยแยกนั้นมิใช่อะไรนอกจากปากถุงเงินถุงทองที่สะสมความอุดมสมบูรณ์มั่งคั่งไว้เลี้ยงดูลูกหลานในภายภาคหน้า และร่วมแบ่งปันความมีกินมีใช้ให้แก่แขกเหรื่อที่มาร่วมงานในคืนนั้น
 
10月31日

เช้าและค่ำแรกในรอบสิบเดือน

สถิติใหม่ของฉันตั้งแต่เริ่มทำงานมาเมื่อต้นปี งานเข้าเก้าโมง ฉันถึงที่ทำงานแปดโมงยี่สิบเอ็ดนาที ปกติกลับถึงบ้านสามทุ่มโดยประมาณถ้าไม่อยู่ดึก เร็วที่สุดที่เคยทำไว้สองทุ่มครึ่งและทำได้อยู่เพียงสองถึงสามครั้งเท่านั้น แต่แล้ววันนี้ฉันกลับมาทันแม่ค้าตลาดนัดเก็บของกลับบ้าน แสงไฟสีส้มจากร่มผ้าใบริมคลองทำให้ฉันอุ่นใจ สองทุ่มห้านาที ตำแหน่งเข็มนาฬิกาที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้

 

ข้าวปลาอาหารบนโต๊ะรอคอยฉันดังเคย  แต่ที่ต่างจากเดิมคือพี่สาวสองคนมาล้อมวงข้างโต๊ะด้วย และเมื่อรวมตัวกันยามค่ำคืนทีไร (สมัยวัยซนเรามีกันห้าถึงเจ็ดคน) ก็เป็นเรื่อง

 

เจ้อ่ะ แกล้งตั้งแต่เด็กจนป่านนี้ยังไม่เลิกอีกนะ ฉันครวญเสียงครางใจสั่นไปกับเรื่องผีที่พี่เล่า วันนี้ฤกษ์งามยามดีแต่เช้า ไฉนจึงปิดท้ายด้วยเรื่องชวนขนหัวลุกอย่างนี้ล่ะ

ม้าอาบน้ำด้วยกันนะ

เฮ้ย อย่าบ้าน่ะ กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง

 

วันนี้เป็นวันอะไรหนอ ถึงมีอะไรพิเศษตลอดวัน

ใช่ วันนี้วันฮาโลวีน แต่นั่นไม่สำคัญเท่าเป็นวันที่ฉันประเดิมพื้นที่ใยแมงมุมแห่งนี้เป็นครั้งแรก

แรงบันดาลใจที่ใครบางคนเติมเชื้อไฟให้ฉัน แค่เพียงเขาเป็นตัวของตัวเองก็จุดพลังให้ฉันกล้าก้าวเดินบนทางฝันอีกเส้นหนึ่งที่วาดไว้

ขอบคุณโชคชะตาที่พาให้เราได้มารู้จักกัน